Diary

เปิดเทอมแล้วจ้า...

posted on 26 Apr 2010 19:50 by peachunnie  in Diary

จริงๆยังปิดเทอมไม่หนำใจเลย... TOT~

เป็นปิดเทอมที่รู้สึกว่าได้อยู่บ้านน้อยมากๆ... ทั้งๆที่เป็นปิดเทอมสุดท้ายแท้ๆ... กระซิกๆ T-T~

จริงๆมีเรื่องเยอะแยะมากมายอยากระบายใส่บล็อกนะ...

ทั้งเรื่องรพ.ชุมชน เรื่องทงบัง เรื่องทริปเกาหลีก็ยังเล่าไม่จบเลย ต้องเปิดเทอมซะแล้ว ^^"

ก็เลยคิดว่าไว้ถ้าได้เข้าไปอยู่หอเืมื่อไหร่ คงได้เล่นได้แต่เน็ตอย่างเดียว...

ถึงตอนนั้นค่อยๆนั่งอัพไปก็แล้วกัน ตอนนี้อยู่บ้าน ขอเล่นเกมก่อน อิอิ

อย่างน้อยก็เหมือนได้คุยกับบล็อก อยู่หอคนเดียวจะได้ไม่เหงา... เน๊อะ... ^^~ 

หลังจากนี้คงได้อยู่แต่กับตัวเอง ไม่มีเวลาคุยอะไรกับใครเท่าไหร่อยู่แล้วแหละ

หรือเอาจริงๆ... ทุกคนก็มีเรื่องของตัวเองให้ต้องคิดป่ะ... เราไม่ค่อยอยากจะพึ่งอะไรใีครเท่าไหร่อ่า... = ="

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรารู้สึกว่า แล้วเราจะเอาเรื่องไม่สบายใจของเราไประบายใส่คนอื่นจะดีเหรอ...

แล้วถ้าเกิดว่าเพื่อนเราคนนั้นก็กำลังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่เหมือนกัน ไม่กลายเป็นว่าเราทำให้เค้ายิ่งทุกข์เหรอ...

คิดๆแล้วก็ปวดหัว เรื่องแบบนี้มันไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้วอ่ะ เพราะทุกคนมีมุมมองไม่เหมือนกัน...

แต่เอาเป็นว่าเราจะ "พยายาม" ยืนหยัดอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง จัดการความทุกข์ของตัวเอง

มีความสุขให้ได้ด้วยตัวเองแล้วกันเนอะ... ^^~ [แต่จะทำได้หรือไม่ได้อีกเรื่องนึงนะ อิอิ]

.

.

.


ร่ายหัวเรื่องมาพอประมาณแล้ว ก็เอาเป็นว่าวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของเรานะ...

((คณะอื่นเค้าเปิดกันตั้ง 7 มิถุนาอ่าาาาา ทำมายๆๆ TOT~~~~~~~~))

วันนี้ถือเป็นวันแรกที่เราย่างเข้าครึ่งชีวิตครึ่งหลังของการเป็นนิสิตแพทย์แล้ว...

ก็มีพีธีมอบเสื้อกาวน์แหละ นัด 7 โมงเช้า ไปตั้งแต่ไก่โห่...

ก็ลงสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง ลงไปแล้วต๊กกะใจ ตรูจะเดินไปทางไหนดีหว่า... = ="

ทหารใส่ชุดพราง เดินถือปืนว่อนสถานีเลย แถมเดินลงมาข้างล่าง ฟุตบาทก็เดินไปไม่ได้ เพราะเค้าเอาวงล้อเป็นลวดๆมากั้นไว้อ่ะ... ต้องลงไปเดินริมถนนแทน...

ตอนแรกนึกว่าต้องเดินไปเข้าประตูตรงถนนอังรีซะอีก ปรากฏว่าเค้าเอาหินมาตั้งๆให้เดินข้ามรั้วรพ.เข้าไปซะงั้น... = ="

ตรงหน้า ER ก็แบบหน้ากลัวมว้ากกก ประตูรพ.ก็ไม่ปิด แถมเสื้อแดงก็เดินเข้าเดินออก เดินไปเดินมา นอนกันอยู่แถวๆม้านั่งหน้าตึก เรียงรายๆ... กลิ่นนี่ก็นะ... = =" ทั้งยูเรียเอย ไฮโดรเจนซัลไฟด์เอย~ ไม่ไหวๆ... เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี หลังจากนี้ไปอาจเกิดโรคระบาดแถวหน้ารพ.ได้เลยนะนั่น...

สุดท้ายเริ่มพีธี 8 โมงครึ่ง... อิอิ แอบง่วงเล็กน้อย แบบว่าบุกป่าฝ่าดง ตอนแรกก็สงสัยว่ามอบเสื้อกาวน์ยังไงหว่า... ก็ครืออาจารย์ชั้นคลินิกมาใส่เสื้อกาวน์ติดกระดุมให้ พร้อมกับอวยพรให้เรียนได้ดีๆ เป็นหมอดีๆ นั่นแลๆ... ^^"

หลังจากนั้นก็ปฐมนิเทศนู้นนี่ๆ~~ ซึ่งแทบไม่ได้ฟังเลย เม้าท์แตกตลอดอ่า...

ฟังเพื่อนคนนู้นไปประเทศนี้ คนนี้ไปประเทศนั้น... ดูทุกคนมีความสุขกันมาก ได้ประสบการณ์ที่ดีๆมากันทั้งนั้นเลย ฟังแล้วอยากไปมันทุกประเทศเลยอ่ะ ไว้หาตังได้รวยๆก่อนนะ ^^~

หลังจากนั้นก็ทำ Test อารมณ์ Ethics หน่อยๆ... ประมาณวัดดูว่ามีจิตใต้สำนึกของความเป็นหมอมากน้อยแค่ไหน... แต่คำถามมันก้อไม่ใช่หมอหมดหรอกนะ มีแบบเป็นครูใหญ่แล้วถ้ามีผู้ใหญ่เอาลูกมาฝากเข้าโรงเรียน จะรับมั้ย ไรงี้อ่ะ... ข้อไหนถูก ข้อไหนดีสุดก็ไม่รู้ เพราะเค้าใ้ห้ตอบข้อที่เราคิด "จะทำ" ไม่ใช่คิดว่า "ควรทำ"... จริงๆก็ตอบแบบซือสัตย์นะ แต่อันไหนมากไปก็ไม่กล้าตอบอ่ะ เด๋วเ้ค้าไล่ออกจากคณะเอา 5555+  

แล้วก็ไปกินพิซซ่าส่งปุ๋ย... ก็... อยู่แค่ชลบุรีเองนะแกร บอกแล้วว่าไม่ได้ห่างกันไปไหนเท่าไหร่หรอก... เด๋วก้อเจอกันอีก... เป็นห่วงแกรแค่ชลบุรีเรียนหนักนี่แหละ แต่ว่าแกรก็สามารถอยู่แล้ว เรารู้... สู้ๆละกาน ^^~

เราก็อยากพูดประโยคที่แกรชอบพูดกะเราบ่อยๆให้แกรฟังเหมือนกันนะ... ไม่รู้ทำไม สงสัยเราจะทำอะไรที่แกรคิดว่าไม่ดีกับแกรไว้มาก (ซึ่งเราไม่รู้ตัวเลย ขอโทดด้วย = =") ... เราก็จะจำแต่ความทรงจำดีๆที่แกรมีให้เรามาตลอดเหมือนกัน แล้วเราก็ทำตามประโยคนี้มาตลอดอยู่แล้วด้วย... ไ่ม่รู้แกรรู้มั่งรึเปล่า... ^^~

.

.

.


วันๆนึงนี่ คนเรามีเรื่องเกิดขึ้นมากมายจริงๆนะ...

เราพยายามคิดว่าเรื่องที่เข้ามาเหมือนเป็นการทดสอบอย่างนึง

ถ้าเราสามารถผ่านมันไปได้เราก้อจะเข้มแข็งมากขึ้น... 

แต่บางที... เราก้อเหนื่อยเหมือนกันนะ

ทั้งๆที่เราก้อไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย... TOT~

พอตอนหลังมาขอโทด แล้วที่ทำร้ายความรู้สึกเราไปแล้วมันกลับคืนมาได้รึเปล่าอ่า...

พอโดนทำให้เกิดแผล มันก็เป็น Scar นะ...

ถึงเราจะ Resolution เร็วเพราะมันชินซะแล้วก้อเหอะ...

ต่อให้เอากินยา ทายาดีแค่ไหน รอยแผลเป็นมันก้อไม่หายไปป่ะ...

ถ้าไม่ทำให้เกิดแผลเลยซะตั้งแต่แรกไม่ดีกว่าเหรอ... - -? 

 

.

.

.

 

อื้ม... อีกความรู้สึกนึงคือกลัวแหละ... ทำไมเราถึงกลัวการขึ้น Med ได้ขนาดนี้แว้... T^T~~~~~~

ยิ่งฟังเค้าปฐมนิเทศยิ่งอยากจะกรีดร้อง... แบบว่าัเราจะปรับตัวกับการเรียนแบบนี้ได้มั้ยอ่า T___________T~

บ่นๆๆๆซะยาว... ทำไมเอนทรี่นี้มันดราม่าได้ขนาดนี้เนี่ย...จบซะทีดีกว่าเนอะ เหอะๆๆๆๆ

ใครหลงเข้ามาอ่านอย่าตกใจไปนะงับ... - -"

.

.

.

ปล. อยากดูซองกยูนกวานไม่ไหวแล้ว... >____________<~

อยากซื้อนิยายมาอ่านมากๆเลยด้วยอ่า >/////////////////////<~ 

ตอนนี้ลุ้นมากๆว่าใครจะมาเป็นนางเอกกันนะ... น่าอิจฉาจัง... 

เพราะเห็นพี่ xxx บอกว่าอ่านฉากพระเอกทำซึ้งแ้ล้วเขินหน้าแดงแปร๊ดดดดด 

ไอเราก้อนั่งจิ้นถึงหน้ามิก แล้วก็หน้าแดงแปร๊ดดดดดดด เหมือนกัน เหอๆๆ อาการหนักๆ = ="

แล้วยังงี้ถ้าละครออกจะเป็นไงเนี่ย... ><~

สายตามิกที่อ่อนโยนปานนั้น...

เราต้องเพ้อจนไข้ขึ้นหน้าจอแน่ๆเลยอ่ะ >//////////////////////////////<~~~

 

ว่าแต่วันนี้ออกไปไหนนะ... อยากตามไปหาจัง แต่ตัวไปไม่ได้ TOT~ เด๋วถอดใจไปหาก่อนแล้วนะ...

 

นี่ก็ผมทรงอารายเนี่ยยยย... แต่เอาเหอะ พ่อคนหล่อไม่แคร์สื่อ ^_______________^~

 

 

 ปลล. เราลืมพูดถึง Sunao ไปได้อย่างร๊ายยยยยยย ><~~

คือจริงๆแล้ว ยังไม่ได้ดูซักตอนเลย เพราะยังไม่มีเวลา แหะๆๆ แต่เด๋วอยู่หอคงได้ดูอ่ะ อื้มๆ

แต่แบบแค่เห็นภาพแคปก็จะตายแล้ว... แจไม่ใช่มนุษย์แน่ๆอ่ะ - -"

คือนางฟ้ามาเกิดหรืออย่างไร... >/////////////////////<~

จะว่าหล่อมันก้อหล่อ จะว่าสวยมันก้อสวย คือหน้าแจมันไม่มีที่ติจริงๆอ่ะ ยิ่งดูยิ่งเคลิ้ม ไม่ไหวล่ะนะ... คือหลงมากๆๆๆๆๆๆๆ แต่เค้าว่าหนังมันรันทด - -~ เด๋วดูแล้วคงได้พล่ามถึงแจอีกทีอ่ะเน้อ...

 

ถ้าถูกมองงี้นี่ทำตายได้เลยน้าาาา = ="

 

อิชชี่ๆๆๆๆๆๆๆ >________________<~ 

 

 

 

ปลล. Paradise Meadow มันจะฉายเมื่อไหร่ฟระ... รอนานแล้วนะเฟร้ยยยย...

 

 

พรุ่งนี้เราก็จะสู้ๆนะ... ^^

ยูชอนอปป้าก็สู้ๆเหมือนกันนะ... ^^

 

edit @ 26 Apr 2010 21:44:15 by peachunnie*

Tired...

posted on 09 Apr 2010 10:00 by peachunnie  in Diary

มะเช้าฝัน... เหอๆ

ฝันว่าไปเดินห้างซักที่นึง เป็นห้างที่มีสวนกว้างๆ และก็มีตึำกกว้างๆ...

ได้ยินคนบอกว่ามีชีสเค้กร้านนึงอร่อยมากๆ แบบว่าขึ้นชื่อ ก็เลยรู้สึกอยากกิน ไปเดินตามหา

ปรากฏว่าพอเดินเข้าไปในร้าน สายตาก็ไปหยุดที่โต๊ะนึงริมหน้าต่าง

มิกนั่งกินชีสเค้กกับกาแฟอยู่คนเดียวที่มุมนั้น...

เราตกใจมาก คิดว่าใช่มั้ยนะ ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ ไปนั่งโต๊ะข้างๆ

ปรากฏว่าพอเดินเข้าไปใกล้ๆ สิ่งที่เราเห็นก็คือ...

"มิกกำลังร้องไห้ น้ำตาไหลอาบแก้ม"

เราตกใจมาก กำลังใจสั่นจะร้องไห้ตาม มิกก็เห็นว่าเรามองอยู่พอดี

หลังจากสบตากัน มิกก้อรีบลุกจากโต๊ะ ใส่หมวกแล้วรีบเดินออกไปนอกตึกอย่างรวดเร็ว

มีเด็กผู้หญิงรออยู่หน้าร้านประมาณ 5-6 แล้วก็วิ่งๆตามมิกไป

เรายังนั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างช็อค เจ้าของร้านก็มารับออเดอร์ เราเลยบอกไปว่าขอโทดนะคะ เด๋วกลับมา

เค้าก็ยิ้ม บอกว่ามิกมานั่งที่นี่บ่อยๆนะ ไม่รีบตามไปล่ะ

เราเลยรีบลุกตามออกไป จะลงไปลานจอดรถ แต่ไม่เจอมิกแล้ว

ตอนกำลังยืนๆอยู่ก้อมีรถมาจอดเทียบหน้าตึก แล้วพี่ทึกกะฮยอกก็คุยๆกันเดินลงมาจากรถแ้ล้วเข้าไปในตึก

วอนลงตามมา เหล่มามองนิดนึง แล้วก็เดินเข้าตึกไป

คยูลงจากรถ เราก้อเอามือคว้านๆหาืมือถือ จะโทรบอกเพื่อน คยูก้อมองมา เด็กข้างๆเลยถามคยูว่าจะไปไหน

คยูบอกว่าจะไปถ่ายละครแล้วก็เดินเข้าตึกไป = ="

สุดท้ายเราเลยกลับไปกินชีสเค้กที่ร้าน ด้วยความรู้สึกปั่นป่วนสุดๆ แล้วก็ตื่นขึ้นมา...

จนถึงที่นั่งอัพไดอยู่นี่ สิ่งเดียวที่คิดถึงก็คือภาพหน้ามิกที่เต็มไปด้วยน้ำตาในความฝันนั้น...

เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นเอามากขนาดนี้ ห่วงเค้ามากขนาดนี้... T-T~

ไม่รู้ว่ากลับไปคุยอะไรกัน ไม่รู้ว่าผลมันดีหรือไม่ดี...

เห็นหน้าพี่ๆตอนกลับญี่ปุ่นแล้ว สภาพแต่ละคนอิดโรยกันซ้า...

ไม่ใช่เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจ... ใช่มั้ย?

ที่พี่ไม่ยอมให้เรื่องนี้จบซะที เพราะพี่ไม่ต้องการให้จบแบบนี้ใช่มั้ย?

จนถึงตอนนี้เราก็ยังคิดเหมือนเดิม ไม่ได้โกรธยุนกะน้องมินนะ แต่ว่า...

ในเมื่อมันมาถึงจุดๆนี้ ที่ทั้งสามคนกลับไป SME ไม่ได้อีกแล้ว... 

ถ้าอยากอยู่ด้วยกันจริงๆ... ทำไมถึงไม่ยอมออกมาสู้ด้วยกันล่ะ?

ไม่ได้มีแค่ "ทงบังชินกิ" ซะหน่อยนะ... มีแคสอีกเป็นล้านที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างพวกพี่เสมอ...

พี่ไม่รู้มั่งเลยเหรอ... T-T~

 

แจชอนซู สามคนทำให้เรารู้สึกได้ว่าเค้าไม่ต้องการจะจบ "ทงบังชินกิ" แบบนี้...

เค้ากำลังพยายามจะยื้อทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน 5 คนเหมือนเดิม

เราไม่รู้หรอกว่ายุนทำอะไรบ้างเพื่อทงบังชินกิ...

เพราะเราไม่รู้ว่าลึกๆเหตุผลที่ทำให้เค้าออกมาไม่ได้คืออะไร ก็เลยไม่อยากจะโกรธ

แต่ก็เพราะเราไม่รู้อีกนั่นแหละ... ก็เลยทำให้น้อยใจว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ = ="

พี่น่าจะรู้อยู่แล้วว่า "Nothing Better Than TVXQ! 5 Together..."

ไม่ว่าพี่จะเล่นละครเป็นพระเอก จะออกอัลบั้ม solo จะถ่าย CF จะเป็นพิธีกร จะทำอะไรก็ตาม

พวกเราสนับสนุนพี่ทั้งนั้น...

แต่ัมันก้อไม่เหมือนเดิม... ไม่เหมือนวันที่พี่เคยอยู่ด้วยกัน...

 

มิตรภาพสิบปีของพวกพี่ไม่สามารถจะช่วยยึดเหนี่ยวมันได้เลยเหรอ...

พี่นึกถึงวันเวลาที่พี่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน หัวเราะ ร้องไห้ ดีใจ เสียใจ พี่ผ่านมันด้วยกันมาแล้วทั้งนั้น...

พวกพี่เป็น "ยิ่งกว่าครอบครัว" ของกันและกันนะ...

พวกเราแค่เฝ้ามองอยู่ห่างๆแค่นี้ ยังรับรู้และสัมผัสถึงมันได้อย่างชัดเจน...

แล้วพวกพี่ลืมมันไปได้ง่ายๆงั้นเหรอ... ตัดกันได้ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ...

เพียงเพราะ "ทิฐิ" คำนี้... ทำให้พี่ไม่ยอมคุยกัน แล้วทำลายมิตรภาพสิบปีนี่เลยเหรอ...

มันไม่ใช่แค่เพราะคำว่า "ผลประโยชน์" ใช่มั้ย...

ความฝันและความผูกผันของพวกพี่มีมากกว่านั้นไม่รู้เท่าไหร่ไม่ใช่เหรอ?

 

บ่นไปก็มีแต่เรื่องเดิมๆเนอะ... แต่เด๋วก้อคงได้บ่นอีก 555+ ^^"

 

 

มะวานก็มีเรื่องเกิดขึ้นตั้งมากมาย... ตอนนี้เสียงแหบไม่ไหวแล้ว... T^T~

มะเช้าก็ยังต้องพูดประโยคเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาอีก...

เหนื่อยจัง... - -~

เหตุผล = สิ่งที่ใช้อ้างการกระทำของแต่ละคน... ใช่มั้ยนะ?

การแคร์หรือไม่แคร์กันนี่ ใช้อะไรเป็นตัวตัดสินเหรอ...?

 

เรารับได้นะว่าแต่ละคนมองว่าแต่ละเรื่องสำคัญไม่เท่ากัน...

คนนึงอาจจะมองว่าเรื่อง "ของขวัญ surprise สถานการณ์ที่สร้างความประทับใจ~" สำคัญ

แต่อีกคนอาจจะมองว่า "การได้อยู่ด้วยกัน"  คือสิ่งสำคัญที่สุดก็ได้

ถ้ารับฟังเหตุผลของอีกฝ่าย มันก้อเข้าใจได้ไม่ใช่เหรอว่าความคิดของคนเรามันไม่เหมือนกัน

 

แต่ทำไมถึงไม่ฟังกันนะ... 

ทำไมถึงเอาแต่จะให้คนอื่นฟังตัวเองฝ่ายเดียวล่ะ...

ทำไมไม่เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง...

 

세상은도 이렇게 어쩔 수 없죠...

살매는 정말 힘들어...

 

edit @ 9 Apr 2010 10:39:36 by peachunnie*