เปิดเทอมแล้วจ้า...

posted on 26 Apr 2010 19:50 by peachunnie  in Diary

จริงๆยังปิดเทอมไม่หนำใจเลย... TOT~

เป็นปิดเทอมที่รู้สึกว่าได้อยู่บ้านน้อยมากๆ... ทั้งๆที่เป็นปิดเทอมสุดท้ายแท้ๆ... กระซิกๆ T-T~

จริงๆมีเรื่องเยอะแยะมากมายอยากระบายใส่บล็อกนะ...

ทั้งเรื่องรพ.ชุมชน เรื่องทงบัง เรื่องทริปเกาหลีก็ยังเล่าไม่จบเลย ต้องเปิดเทอมซะแล้ว ^^"

ก็เลยคิดว่าไว้ถ้าได้เข้าไปอยู่หอเืมื่อไหร่ คงได้เล่นได้แต่เน็ตอย่างเดียว...

ถึงตอนนั้นค่อยๆนั่งอัพไปก็แล้วกัน ตอนนี้อยู่บ้าน ขอเล่นเกมก่อน อิอิ

อย่างน้อยก็เหมือนได้คุยกับบล็อก อยู่หอคนเดียวจะได้ไม่เหงา... เน๊อะ... ^^~ 

หลังจากนี้คงได้อยู่แต่กับตัวเอง ไม่มีเวลาคุยอะไรกับใครเท่าไหร่อยู่แล้วแหละ

หรือเอาจริงๆ... ทุกคนก็มีเรื่องของตัวเองให้ต้องคิดป่ะ... เราไม่ค่อยอยากจะพึ่งอะไรใีครเท่าไหร่อ่า... = ="

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรารู้สึกว่า แล้วเราจะเอาเรื่องไม่สบายใจของเราไประบายใส่คนอื่นจะดีเหรอ...

แล้วถ้าเกิดว่าเพื่อนเราคนนั้นก็กำลังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่เหมือนกัน ไม่กลายเป็นว่าเราทำให้เค้ายิ่งทุกข์เหรอ...

คิดๆแล้วก็ปวดหัว เรื่องแบบนี้มันไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้วอ่ะ เพราะทุกคนมีมุมมองไม่เหมือนกัน...

แต่เอาเป็นว่าเราจะ "พยายาม" ยืนหยัดอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง จัดการความทุกข์ของตัวเอง

มีความสุขให้ได้ด้วยตัวเองแล้วกันเนอะ... ^^~ [แต่จะทำได้หรือไม่ได้อีกเรื่องนึงนะ อิอิ]

.

.

.


ร่ายหัวเรื่องมาพอประมาณแล้ว ก็เอาเป็นว่าวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของเรานะ...

((คณะอื่นเค้าเปิดกันตั้ง 7 มิถุนาอ่าาาาา ทำมายๆๆ TOT~~~~~~~~))

วันนี้ถือเป็นวันแรกที่เราย่างเข้าครึ่งชีวิตครึ่งหลังของการเป็นนิสิตแพทย์แล้ว...

ก็มีพีธีมอบเสื้อกาวน์แหละ นัด 7 โมงเช้า ไปตั้งแต่ไก่โห่...

ก็ลงสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง ลงไปแล้วต๊กกะใจ ตรูจะเดินไปทางไหนดีหว่า... = ="

ทหารใส่ชุดพราง เดินถือปืนว่อนสถานีเลย แถมเดินลงมาข้างล่าง ฟุตบาทก็เดินไปไม่ได้ เพราะเค้าเอาวงล้อเป็นลวดๆมากั้นไว้อ่ะ... ต้องลงไปเดินริมถนนแทน...

ตอนแรกนึกว่าต้องเดินไปเข้าประตูตรงถนนอังรีซะอีก ปรากฏว่าเค้าเอาหินมาตั้งๆให้เดินข้ามรั้วรพ.เข้าไปซะงั้น... = ="

ตรงหน้า ER ก็แบบหน้ากลัวมว้ากกก ประตูรพ.ก็ไม่ปิด แถมเสื้อแดงก็เดินเข้าเดินออก เดินไปเดินมา นอนกันอยู่แถวๆม้านั่งหน้าตึก เรียงรายๆ... กลิ่นนี่ก็นะ... = =" ทั้งยูเรียเอย ไฮโดรเจนซัลไฟด์เอย~ ไม่ไหวๆ... เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี หลังจากนี้ไปอาจเกิดโรคระบาดแถวหน้ารพ.ได้เลยนะนั่น...

สุดท้ายเริ่มพีธี 8 โมงครึ่ง... อิอิ แอบง่วงเล็กน้อย แบบว่าบุกป่าฝ่าดง ตอนแรกก็สงสัยว่ามอบเสื้อกาวน์ยังไงหว่า... ก็ครืออาจารย์ชั้นคลินิกมาใส่เสื้อกาวน์ติดกระดุมให้ พร้อมกับอวยพรให้เรียนได้ดีๆ เป็นหมอดีๆ นั่นแลๆ... ^^"

หลังจากนั้นก็ปฐมนิเทศนู้นนี่ๆ~~ ซึ่งแทบไม่ได้ฟังเลย เม้าท์แตกตลอดอ่า...

ฟังเพื่อนคนนู้นไปประเทศนี้ คนนี้ไปประเทศนั้น... ดูทุกคนมีความสุขกันมาก ได้ประสบการณ์ที่ดีๆมากันทั้งนั้นเลย ฟังแล้วอยากไปมันทุกประเทศเลยอ่ะ ไว้หาตังได้รวยๆก่อนนะ ^^~

หลังจากนั้นก็ทำ Test อารมณ์ Ethics หน่อยๆ... ประมาณวัดดูว่ามีจิตใต้สำนึกของความเป็นหมอมากน้อยแค่ไหน... แต่คำถามมันก้อไม่ใช่หมอหมดหรอกนะ มีแบบเป็นครูใหญ่แล้วถ้ามีผู้ใหญ่เอาลูกมาฝากเข้าโรงเรียน จะรับมั้ย ไรงี้อ่ะ... ข้อไหนถูก ข้อไหนดีสุดก็ไม่รู้ เพราะเค้าใ้ห้ตอบข้อที่เราคิด "จะทำ" ไม่ใช่คิดว่า "ควรทำ"... จริงๆก็ตอบแบบซือสัตย์นะ แต่อันไหนมากไปก็ไม่กล้าตอบอ่ะ เด๋วเ้ค้าไล่ออกจากคณะเอา 5555+  

แล้วก็ไปกินพิซซ่าส่งปุ๋ย... ก็... อยู่แค่ชลบุรีเองนะแกร บอกแล้วว่าไม่ได้ห่างกันไปไหนเท่าไหร่หรอก... เด๋วก้อเจอกันอีก... เป็นห่วงแกรแค่ชลบุรีเรียนหนักนี่แหละ แต่ว่าแกรก็สามารถอยู่แล้ว เรารู้... สู้ๆละกาน ^^~

เราก็อยากพูดประโยคที่แกรชอบพูดกะเราบ่อยๆให้แกรฟังเหมือนกันนะ... ไม่รู้ทำไม สงสัยเราจะทำอะไรที่แกรคิดว่าไม่ดีกับแกรไว้มาก (ซึ่งเราไม่รู้ตัวเลย ขอโทดด้วย = =") ... เราก็จะจำแต่ความทรงจำดีๆที่แกรมีให้เรามาตลอดเหมือนกัน แล้วเราก็ทำตามประโยคนี้มาตลอดอยู่แล้วด้วย... ไ่ม่รู้แกรรู้มั่งรึเปล่า... ^^~

.

.

.


วันๆนึงนี่ คนเรามีเรื่องเกิดขึ้นมากมายจริงๆนะ...

เราพยายามคิดว่าเรื่องที่เข้ามาเหมือนเป็นการทดสอบอย่างนึง

ถ้าเราสามารถผ่านมันไปได้เราก้อจะเข้มแข็งมากขึ้น... 

แต่บางที... เราก้อเหนื่อยเหมือนกันนะ

ทั้งๆที่เราก้อไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย... TOT~

พอตอนหลังมาขอโทด แล้วที่ทำร้ายความรู้สึกเราไปแล้วมันกลับคืนมาได้รึเปล่าอ่า...

พอโดนทำให้เกิดแผล มันก็เป็น Scar นะ...

ถึงเราจะ Resolution เร็วเพราะมันชินซะแล้วก้อเหอะ...

ต่อให้เอากินยา ทายาดีแค่ไหน รอยแผลเป็นมันก้อไม่หายไปป่ะ...

ถ้าไม่ทำให้เกิดแผลเลยซะตั้งแต่แรกไม่ดีกว่าเหรอ... - -? 

 

.

.

.

 

อื้ม... อีกความรู้สึกนึงคือกลัวแหละ... ทำไมเราถึงกลัวการขึ้น Med ได้ขนาดนี้แว้... T^T~~~~~~

ยิ่งฟังเค้าปฐมนิเทศยิ่งอยากจะกรีดร้อง... แบบว่าัเราจะปรับตัวกับการเรียนแบบนี้ได้มั้ยอ่า T___________T~

บ่นๆๆๆซะยาว... ทำไมเอนทรี่นี้มันดราม่าได้ขนาดนี้เนี่ย...จบซะทีดีกว่าเนอะ เหอะๆๆๆๆ

ใครหลงเข้ามาอ่านอย่าตกใจไปนะงับ... - -"

.

.

.

ปล. อยากดูซองกยูนกวานไม่ไหวแล้ว... >____________<~

อยากซื้อนิยายมาอ่านมากๆเลยด้วยอ่า >/////////////////////<~ 

ตอนนี้ลุ้นมากๆว่าใครจะมาเป็นนางเอกกันนะ... น่าอิจฉาจัง... 

เพราะเห็นพี่ xxx บอกว่าอ่านฉากพระเอกทำซึ้งแ้ล้วเขินหน้าแดงแปร๊ดดดดด 

ไอเราก้อนั่งจิ้นถึงหน้ามิก แล้วก็หน้าแดงแปร๊ดดดดดดด เหมือนกัน เหอๆๆ อาการหนักๆ = ="

แล้วยังงี้ถ้าละครออกจะเป็นไงเนี่ย... ><~

สายตามิกที่อ่อนโยนปานนั้น...

เราต้องเพ้อจนไข้ขึ้นหน้าจอแน่ๆเลยอ่ะ >//////////////////////////////<~~~

 

ว่าแต่วันนี้ออกไปไหนนะ... อยากตามไปหาจัง แต่ตัวไปไม่ได้ TOT~ เด๋วถอดใจไปหาก่อนแล้วนะ...

 

นี่ก็ผมทรงอารายเนี่ยยยย... แต่เอาเหอะ พ่อคนหล่อไม่แคร์สื่อ ^_______________^~

 

 

 ปลล. เราลืมพูดถึง Sunao ไปได้อย่างร๊ายยยยยยย ><~~

คือจริงๆแล้ว ยังไม่ได้ดูซักตอนเลย เพราะยังไม่มีเวลา แหะๆๆ แต่เด๋วอยู่หอคงได้ดูอ่ะ อื้มๆ

แต่แบบแค่เห็นภาพแคปก็จะตายแล้ว... แจไม่ใช่มนุษย์แน่ๆอ่ะ - -"

คือนางฟ้ามาเกิดหรืออย่างไร... >/////////////////////<~

จะว่าหล่อมันก้อหล่อ จะว่าสวยมันก้อสวย คือหน้าแจมันไม่มีที่ติจริงๆอ่ะ ยิ่งดูยิ่งเคลิ้ม ไม่ไหวล่ะนะ... คือหลงมากๆๆๆๆๆๆๆ แต่เค้าว่าหนังมันรันทด - -~ เด๋วดูแล้วคงได้พล่ามถึงแจอีกทีอ่ะเน้อ...

 

ถ้าถูกมองงี้นี่ทำตายได้เลยน้าาาา = ="

 

อิชชี่ๆๆๆๆๆๆๆ >________________<~ 

 

 

 

ปลล. Paradise Meadow มันจะฉายเมื่อไหร่ฟระ... รอนานแล้วนะเฟร้ยยยย...

 

 

พรุ่งนี้เราก็จะสู้ๆนะ... ^^

ยูชอนอปป้าก็สู้ๆเหมือนกันนะ... ^^

 

edit @ 26 Apr 2010 21:44:15 by peachunnie*

Korea Trip # Intro - Day 1

posted on 11 Apr 2010 20:41 by peachunnie  in Journey

ก่อนอื่นเลย... จะเล่าความเป็นมาของทริปนี้ก่อนนะ... 555+

ก้อคือว่า... มันเป็นอะไรที่กลุ่มของพวกเราเคยคุยกันไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ปี 1 ว่าจบปี 3 แล้วจะไปเที่ยวเกาหลีด้วยกัน

แต่จนแล้วจนรอดพอมาปี 3 แล้วก็ไม่มีผู้ใดกระตือรือร้นกับคำสัญญานั่น...

จนถึง ณ จุดหนึ่งที่เพื่อนๆในคณะกำลังวางแผนท่องเที่ยวประกาศอิสรภาพครั้งสุดท้าย ก่อนจะไม่มีแม้แต่วันหยุดไปอีก 3 ปี ??~

ปุ๋ยบอกว่าจะไปเกาหลีน่ะแหละ แต่จะไปกับกลุ่มเพื่อน

เล็กบอกจะไปสิงคโปร์กับกลุ่มเพื่อนอีกเช่น กัน

เพลินวางแผนจะไปญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว

นัฐบอกมีโปรเจ็คงานวิจัยจะจบที่ต้องทำ

เรากะแป้งเลยมองหน้ากัน... เอาไงดีวะ...

แป้งบอกกล้าไปกัน 2 คนป่ะล่ะ?... เราเลยทำไมจะไม่กล้าอ่ะ... 555+ สุดท้ายเราก็เลยตกลงกันจนได้ว่าจะไปกันสองคน ก็เลยไปเอาหนังสือคู่มือท่องเที่ยวเกาหลี ที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี อยู่ที่ตึกเอสพลานาร์ด วันนั้นไปกัน 4 คนเพราะเพลินไม่ว่าง... ปรากฏว่าพอได้หนังสือมา เรากะแป้งเกิดอาการกระดี๊กระด๊าใหญ่ จะไปที่นู้นที่นี่... เล็กก็ช่วยแนะนำเยอะมว้ากกกกกก เพราะว่าเล็กก็อยากไปเกาหลีเลยไปนั่งอ่านข้อมูลมาเยอะ (เจ้แกรแน่น จนเรากะแป้งต้องแบบ... ยังไงต้องลากมันไปด้วยให้ได้) ปุ๋ยนั่งเงียบ ((รู้น่า... อยากไปด้วยล่ะซี่~~~ ตอนแรกมาทำหยิ่ง แถมบอกอีกแน่ะว่าเราจะไปกะแป้งสองคนได้เหรอ ไม่สนุกแน่ๆ... เหอๆ)) สุดท้ายหลังจากวันนั้น ไม่รู้เพราะความกระดี๊กระด๊าเกินเหตุของเรากับแป้งหรืออย่างไร... แต่มันเป็นตัวอินดิ๊วซ์ให้ทั้งเล็กและปุ๋ยตัดสินใจร่วมทริปไปกับพวกเราจน ได้...

หลังจากนั้นก้อจองตั๋วเครื่องบิน... ปรากฏว่ามันเกิดเหตุ... เหอๆ แบบว่าต้องใช้บัตรเครดิตแป้งจอง แต่แป้งดันเข้าเว็บ China-airlines ไม่ได้ เลยโทรมาให้้เราพิมพ์ให้... เราก็โทรไปถามชื่อภาษาอังกฤษของเล็ก ให้แป้งโทรไปถามปุ๋ย... ปรากฎว่าพอแป้งมันสะกดชื่อปุ๋ย เราก็เอะใจนะว่า "แป้ง... ชื่อปุ๋ยมันพิมงี้ถูกแล้วเหรอวะ"... แป้งมันก็ตอบกลับมาว่า "กรุก็ว่างั้นแหละ กรุถามมันแล้วนะ มันตอบมาว่า บ้านกรุสะกดงี้ กรุเลยเงียบเลย เหอๆ" ฮากันไป แต่ตอนหลังฮาไม่ออก เพราะปุ๋ยโทรมาโวยวายหลังอ่านเมลล์ที่เรา forward ให้ว่าชื่อมันผิด... สุดท้ายต้องไปแก้ที่สำนักงาน เสียตัง 1000 บาทหารกะแป้งสองคน... หัวเราะไม่ออกเลยทีเดียวเนื่องจากโดนแม่ด่าเยินเลยว่ากำชับแล้วให้ตรวจทาน ดีๆก่อน... - -"

ส่วนเรื่องวางแผน... ขอบอกว่าหนังสือคู่มือท่องเที่ยวเกาหลีที่ไปเอามาเล่มนั้นดีมว้ากๆ.... ><~ แบบว่าอ่านเล่มนั้นเล่มเดียวพอสำหรับทุกอย่างเลยจริงๆ... แต่ว่าเราก้อนั่งอ่านเว็บเยอะเหมือนกันนะ เพราะพอลอง searchๆ ไปเรื่อยๆ มันก้อเพลินๆดีนะ... อย่างแบบเจอแผนที่ทางเดินรถเมล์กับรถไฟฟ้าใต้ดินแจ่มมากกกก คือมันจะให้กดจุดเริ่มต้นกับปลายทางสถานี แล้วมันจะคำนวณเส้นทางให้ว่าทางไหนใกล้สุด ใช้เวลากี่นาที และราคาเท่าไหร่... ส่วนอีกเว็บนึงจะเป็นแบบแผนที่เลย เหมือน google เลยอ่ะ ให้จิ้มสถานที่เริ่มต้นกับสถานที่ที่จะไป มันจะคำนวณเลยว่า มีิวิธีทางไปกี่วีธี ขึ้นรถเมล์สายอะไร รถไฟฟ้าใต้ดินสายอะไร หรือเดินไปยังไง แต่ละวิธีใช้เวลาเท่าไหร่... คือแบบเริ่ดมากกกกกกก.... มะไหร่เมืองไทยจะมีแบบนี้ก้อไม่รู้เน้อ.. ^^"

นอกจากนั้นเราก็อ่านเว็บ อ่าน Review คนที่ไปมาแล้วว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ควรไปวันไหน อย่างเช่นอินซาดงมันจะปิดถนนวันอาทิตย์งี้ ไป Everland ไม่ควรไปเสาร์-อาทิตย์เพราะคนเยอะงี้... เป็นต้น แต่พลาดไปนิดนึงนะ สำหรับเรื่อง Tax Refund จะขอแนะนำคนที่จะไปตรงนี้เลยแล้วกันนะ (เผื่อมีคนเข้ามาอ่านเจอ อิอิ) ว่า ถ้าอยากได้ Tax free  ต้องสังเกตหน้าร้านจะมีป้ายรูปนี้


พอเข้าไปในร้านแล้วตอนซื้อของเสร็จเนี่ย ต้องบอกเค้าว่าจะขอ Tax free, Tax refund ไรงี้นะคะ แล้วเค้าจะให้ใบนี้มากรอก...



เสร็จแล้วพอไปถึงสนามบินนะคะ ให้ไปที่เค้าท์เตอร์ Oversized Baggage Input ก่อน เค้าจะให้ปั๊มอะไรซักอย่าง เหมือนกับยืนยันว่าสินค้าที่เราซื้อมามันปลอดภาษี อารายงี้นะ แล้วถึงจะเอาใบเสร็จที่ปั๊มแล้วไปยื่นที่ สำนักงานคืนภาษี (Cash Refund Office) จะอยู่ที่ Gate 28 ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งหมดนี่เราไม่ได้ทำ... T^T~ เนื่องจากไม่ได้อ่านรายละเอียดไป ช้อปหมดไปตั้ง 3 แสนวอนได้อ่ะ... ตอนแรกนั่งเสียดายมว้ากกกก เพราะเค้าบอกว่าคืนได้ 7-10% แน่ะ... แต่ว่าเพื่อนเราอีกคนที่เพิ่งไปมา เค้าทำตามที่เราบอกนะคะ อย่างใบเสร็จ 30,000 วอน (ประมาณ 900 บาท) เค้าได้ tax คืนมา 1USD เองง่ะ... เราเลยเลิกโอดครวญซะที เหอๆ

ถึงไหนแล้วนะ... อ่อ... เรื่องวางแผน...

เนื่องจากว่าทริปนี้ไม่ได้จะเที่ยวอย่าง เดียว และก็ไม่ได้จะไปตามปู้ชาย... มันก้อเลยมีสถานที่หลายๆอารมณ์ปนๆกันไป และมันก็มีที่เยอะมว้ากกกกที่พวกเราอยากไปกัน ดังนั้น... จากตอนแรกที่ตกลงกันไว้ว่าจะไป 9 วัน เราเลยขอเล็กว่า... เพิ่มวันเก็บตกอีกวันได้มั้ย... T^T~ อยากอยู่นานๆให้คุ้มค่าตั๋วซะหน่อย... ในเมื่อมี 3 เสียง เล็กก็ไม่ขัดศรัทธา... พวกเราเลยตกลงกันว่าจะไปวันที่ 17-26 หลังสอบศรว.เสร็จวันที่ 13... ส่วนเรื่องสถานที่เที่ยวก้อวางแผนๆกัน แล้วค่อยมาหาข้อมูลรายละเอียดแต่ละที่อีกที (ซึ่งเรากับเล็กรับอาสา เนื่องจากเป็นผู้ที่ป้วนเปี้ยนอยู่หน้าคอมทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว)... ช่วงนี้เราก้อเวิ่นๆไปตามเรื่อง ทั้งๆที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ทั้งสอบปลายภาค สอบ National License แต่ก็ยังไม่วาย พออ่านแล้วมันก้อลิ้งๆไปเรื่อยๆ สุดท้ายก้อยาวง่า.... TOT~

ในที่สุดเวลาก้อผ่านไปจนวันที่ 11... คณะประกาศว่าต้องเลื่อนสอบออกไปเป็นวันที่ 20 เนื่องจากสถานการณ์ที่รู้ๆกันอยู่ ตรงแถวๆสวนลุมและราชดำเนิน ซึ่งมันอาจจะมีผลต่อความปลอดภัยของผู้มาสอบและผู้คุมสอบได้... O_o"  .... ตายละกรูทำไงดี... ใจนึงก็ว่าดีนะ เพราะ่อ่านหนังสือไม่ทัน คือตอนนั้นเหลืออีก 2 วัน ยังไม่ได้อ่านข้อสอบเก่าเลยซักชุดเดียว T__________T~ แต่อีกใจก้ออยากไปวันที่ 17-26 คือมันเป็นวันที่ลงตัวที่สุด คนไปเที่ยวไม่เยอะ อากาศน่าจะยังหนาวอยู่ บลา~~~ อ่อ อีกอย่างนึงคือ... SJ จะมาไทยวันที่ 26 ซึ่งเป็นวันที่เรากลับพอดี... แ่ม่เจ้า ตอนแรกที่จองไปนี่ไม่ได้คิดเลยนะ บุพเพจริงๆสิ... เหอๆๆๆๆ บุญมีแต่กรรมบังแท้ๆ เพราะจะให้ไปตามกำหนดการเดิม แต่ไปสอบตุลาแทนก้อไม่ดีม้าง สุดท้ายเลยต้องโทรไปเลื่อนไฟล์ท... แป้งคร่ำครวญแทบตาย... เราก้อเสียใจกะแกรนะเว่ย... เราก้ออยากให้แกรเจอและเราก้ออยากเจอเหมือนกัลล์... T^T~ เลยเลื่อนไปเป็น 27 แทน ไม่ได้มาไทยด้วยกัน ก็ขอตามไปเกาหลีพร้อมๆกันแล้วกันนะ... แต่ถ้าไปตามกำหนดการ มันต้อง 27 กลับ 5 แต่ว่า... 4,5,6 ไฟล์ทเต็มหมดเลย ต้องกลับไม่ 3 ก็ 7... ซึ่งเล็กจะกลับ 3 เพราะมันบลา~~ อีกอย่างต้องกลับมาจัดการเรื่องคอน M.net ด้วย (ขอบคุณที่หาบัตรให้นะแกร TOT~) แต่เราอยากอยู่นานๆ คือมีอะไรที่คิดว่าอยากทำมากมาย... เลยอยากกลับ 7... ทำไงดีๆ... T^T~

แล้วข่าวช็อกแป้งก็มาอีกว่า... SJ ไม่กลับเกานะ มันไปเวียดนามต่อ... เง้อออออ... ก็เลยปลงกะ 27-5 กรุไป 24-2 ก้อล่าย... แต่ัมันก้อไม่มีไฟล์ท 24 แล้ว... กำ = =" ทำไงดีล่ะทีนี้... ประเด็นคือ เราไม่อยากกลับเร็ว แต่เล็กก้อไม่อยากอยู่ยาว... แล้วมันก้อไม่มีไฟล์ท แล้วให้ตรูทำงายยยยย T^T~

คือช่วงนั้นเครียดมากเรยอ่ะ คือตั้งแต่เลื่อนสอบก็นั่งคิดหาทางเลื่อนไฟล์ท โทรเช็คว่ามีไฟล์ทยังทุกวัน ไหนจะเรื่องห้องอีก คือที่จองไว้มันก้อต้องแคนเซิ่ลหมด แล้วหาใหม่ซึ่งมันก้อหาไม่ได้เพราะมันใกล้เกินไป เค้าจองกันไปเต็มหมดแล้ว... โอยยยยยยยยยยยย อยากจะบ้า... หนังสือก็ไม่ได้อ่านเพราะต้องมานั่งหาที่พักอีก... จนสุดท้ายอีก 2-3 วันจะสอบ เราก้อยังคงเหมือนอาทิตย์ก่อนหน้าคือไม่ได้อ่านมากไปกว่าเดิมเลย แถมลืมของเก่าไปอีกต่างหาก... คือวันนั้นรู้สึกแย่มากๆจนต้องร้องไห้เลยอ่ะ คืออ่านหนังสือไม่ทันแล้ว ยังแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ซักอย่างด้วย ทั้งไฟล์ททั้งที่พัก... (ปุ๋ย... แกรยังโทรมาไซโคเราอีก ทั้งๆที่แกรอ่านเยอะมากกกกกกกกกก) สุดท้ายก้อเลยเลิก!! ขอสอบก่อนไรงี้... วันสอบก็แทบจะร้องไห้คาห้องสอบแระ คือปลงมากกกกก ทำรายไม่ได้เลย ปล่อยชะตาลิขิตค่อดๆ ออกมาก็ไม่ถูกซักข้อ... สอบเสร็จก้อแทบจะร้องไห้อีกเหมือนกัน แต่ร้องไห้ด้วยความโล่งใจ 555+

สุดท้ายก้อได้ที่พักคือ Jongnowon Motel [Guesthouse แหละจ้า] ซึ่งอ่านเจอเหมือนกันว่าคนไทยไปพักเยอะ คือตอนแรกเค้าบอกเราว่ามีแค่ห้อง dorm ซึ่งเราไม่เอาเด็ดขาด!! อยากได้ double room, twin room ไรงี้ เค้าก้อบอกว่าถ้ามีก็จะเอาให้... ซึ่งระหว่างนั้นที่หาที่พักไม่ได้ เราก้อไปนั่งอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Motel มา... เค้าบอกว่าห้องมันดีมากๆ ราคาก็ถูกกว่าเสียอีก แต่มันอาจจะดูน่ากลัวหน่อยตรงที่เป็น Motel มันก้อคือที่สำหรับ... อ่ะนะ แต่ว่าถ้าไปกันผู้หญิง 4 คนก็ไม่น่าจะเป็นไร... พวกเราเลยตัดสินใจว่าเอางี้แล้วกัน วันแรกไปถึงก็เดินลากกระเป๋าหาโมเต็ลกันเลยแล้วกัน ถ้าหาไม่ไ้ด้จริงๆค่อยไป Jongnowon...

ส่วนเรื่องตั๋ว เรายังคงโทรไปวิงวอนพี่เค้าทุกวันว่าช่วยเร่งของวันที่ 24 ให้ได้ตั๋วเถอะนะค้า... โทรไปจนพี่เค้าจำได้อ่ะ (คือมีพี่รับสายหลายคน แต่ก้อจำเราได้เกือบหมด 555+) เราโทร แป้งก็โทร... สุดท้ายวันที่ 23 ตอนเช้าเค้าก็โทรมาบอกว่าได้ไฟล์ทแล้ว... ดีใจมว้ากกกกกก... พอโทรไปนี่ทุกคนตื่นเต้นตกใจกันหมด แป้งยังไม่ได้จัดกระเป๋าเลย อารมณ์นั้น 555+ เราก็ออกไปซื้อแชมพูขวดเล็กๆ ยาสีฟันขวดเล็กๆอีกนิดหน่อย... กลับมาจัดกระเป๋าให้เรียบร้อย... พร้อมเดินทาง... แม่ตื่นเต้นกว่าเราเป็น 100 เท่าแน่ะ... อิอิ สงสัยเป็นห่วงมั้ง ลูกสาวไม่เคยเดินทางไกลมาก่อน แถมซื่อบื้อ ไม่รอบคอบ เรื่อยๆเอื่อยๆก้อเลยยิ่งเป็นห่วง เหอๆ แต่เรากลับไ่ม่รู้สึกตื่นเต้นเลยซักนิดเดียว... ทำไมอ่ะ?? หุหุ

วันเดินทางต้องขอบคุณคุณพ่อของเล็กที่ช่วย เหลือเราทุกอย่าง แถมพาแม่เข้าไปซื้อ Clinique ใน Duty Free อีกต่างหาก ขอบคุณคร่า.... ^^

เราเดินทางกันด้วย China-airlines ซึ่งต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวันก่อนไปเกาหลี


อาหารบนเครื่องนะคะ ให้เลือกว่าจะเอาไ่ก่...



หรือจะเอาปลา...



เราเลือกปลาอ่ะ เพราะอยากกินทงแฮ... ไม่ใช่แระ = ="

หลังจากกินๆกันเรี่ยม ก็ได้เวลานอนกัน... 555+ แต่เรากลับนั่งดู "ฮาจิโกะ"... ดูไปก็นั่งซู้ดน้ำมูกฟื้ดฟ้าด... ส่งเสียงกระซิกๆดังมากก็ไม่ได้ เด๋วแป้งมันตื่น... แบบว่าทุกคนงุนงง อินี่เปิดทริปโดยการนั่งร้องไห้บนเึครื่องบินเนี่ยนะ... = =" แต่ว่าหนังดีมากๆจริงๆนะ ฮาิิจิก้อน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนอยากเลี้ยงหมาพันธุ์ชิบะจริงๆเลยง่ะ... ดูไปก้อคิดถึงจัมโบ้... T______________T~ ฮาจิไปนั่งรอเจ้านายตรงหน้าสถานีรถไฟตั้ง 9 ปีแน่ะกว่าจะได้ไปหาเจ้านายบนสวรรค์... ตั้ง 9 ปีเชียว... ใครดูแล้วไม่ร้องไห้ไม่มีทางเลยอ่ะเรื่องนี้... ดูเสร็จก้อตาบวมปาย... เลยงีบซักแปปนึงพักสายตา... เหอๆ 

หลังจากนั้นก็มาถึงสนามบินไต้หวันประมาณ 6 โมงเย็น ตามตารางคิดว่าต้องรอตั้ง 2 ชั่วโมง แต่เหมือนมันจะมีส่วนต่างของเวลาอ่ะค่ะ งงๆนิดๆเพราะนั่งไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปขึ้นอีกเครื่องแล้ว...

 

สนามบินไต้หวันตอนโพล้เพล้ค่ะ

 

Duty Free ที่ไต้หวันค่ะ... ไม่ได้เดินดูเลยแหละเพราะไม่มีเวลาแล้วววว...


 

หลังจากนั้นเราก็ไปขึ้นเครื่องของ KE มุ่งหน้าสู่เกาหลีค่ะ... บอกตามตรงเลยว่าชอบ China มากกว่ามากๆอ่ะ คือแอร์สวย น่ารัก นิสัยดี ที่นั่งก็มีหนังให้ดู มีเกมให้เล่น หนุกหนาน... แต่ KE ไม่มีอารายเลย... อาจเป็นเพราะว่าลำเล็กด้วย ที่นั่งก็แคบด้วย น่าจะเป็นอารมณ์แบบบินเส้นทางใกล้ๆเป็นปกติอ่ะค่ะ ในลำนี่มีแต่คุณลุงนักธุรกิจเกาหลีทั้งนั้นเลย... เพื่อนเราลงจากเครื่องมาแล้วบ่นว่าปวดหูมาก หูอื้อตลอด... แถมแอร์นี่แบบ... แม่เจ้า หยิ่งไปไหนคะ... หน้างี้ก็บูดเชียว เข้าใจนะว่าน่าจะเหนื่อย อาจจะบินไม่ได้พักเลย แล้วมันก้อเป็นไฟล์ทเย็นแล้ว... แต่อาชีพบริการก็ต้องหน้ารับแขกสิคะ... งุงิ~

 
อันนี้เป็นใบกรอกเข้าประเทศเกาหลีนะคะ เอาไว้ยื่นให้ตม.ดูจ้า...


เราว่าอาหาร KE จืดนะคะ... พอตอนไปอยู่เกาหลีเหมือนกัน รู้สึกว่าเค้ากินแบบจืดๆอ่ะ ไม่งั้นก็เผ็ดแบบกิมจิไปเลยงี้ ไม่ค่อยมีรสเค็มๆ หวานๆ เปรี้ยวๆ กลมกล่อม อุมามิแบบบ้านเราเท่าไหร่เนอะ... ^^"

อันนี้อาหารที่กินบนเครื่อง KE นะคะ... เราว่ามี transit ก็แอบดีตรงนี้ ได้กินข้่าวหลายรอบ 5555+

 



ในที่สุดก็มาถึง Incheon โดยสวัสดิภาพ เวลา 10.15 PM โดยประมาณจ้า...
entry นี้พิมเยอะมาก อย่างเวิ่นนน หุหุ เด๋วจะมาเล่าต่อ entry หน้านะจ้ะ... ^^



edit @ 11 Apr 2010 21:03:18 by peachunnie*

edit @ 11 Apr 2010 21:07:28 by peachunnie*

"เรื่องอื้อฉาวในซองกยูนกวาน" [성균관 유생들의 나날] เป็นนิยายขายดีของเกาหลีเค้าเลยทีเดียว มีทั้งหมด 2 เล่ม

พี่ซูฮยอน : พี่ขออธิบายคร่าวๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของนิยายเรื่องนี้ ส่วนตัวพี่คิดว่า นิยายเรื่องนี้ คล้ายๆกับเรื่อง 'coffee prince'

ตัว นางเอก ซึ่งในเรื่องชื่อ คิมยูนฮี มีพี่ชายที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ดังนั้น ยูนฮี จึงไปเข้าทำการสอบ 'ควากอ' แทนพี่ชายของเธอ ยูนฮี ต้องแต่งตัวเป็นผู้ชายและแกล้งปลอมตัวเป็นพี่ชายของเธอ โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ชายทุกคน จะต้องไปสอบแข่งขันเพื่อที่จะได้เข้าไปรับใช้พระราชาในราชวัง (นิยายเรื่องนี้อ้างอิงสมัยโชซอน ซึ่งเป็นยุคกลางของเกาหลี) พี่ก็ไม่รู้ว่านางเอกสอบผ่านหรือเปล่า แต่ในที่สุด ยูนฮี ก็ได้เข้าไปอยู่ใน ซองกยูนกวาน ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับผู้หญิง จึงจะมีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่เข้าได้

ทางด้านพระเอก อีซอนจูน (มิคกี้รับบทเป็นตัวละครนี้ใช่มั๊ยล่ะ คึคึ) ตอนที่พระนาง ได้พบกันครั้งแรกที่ ควากอจัง ซึ่งเป็นสถานที่จัดสอบ พวกเค้าทั้งคู่ได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน (อีซอนจูน ถือได้ว่าเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมในทุกๆด้าน ในสมัยโชซอน และผู้หญิงทุกคนต่างก็ต้องการแต่งงานกับเค้า เพราะเค้าทั้งหน้าตาดีและยังฉลาดหลักแหลมอีกด้วย >.<)

คิมยู นฮี ต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายอยู่บ่อยครั้ง ถ้ามีใครจับได้ว่าเธอเป็นผู้หญิง ตัวเธอและครอบครัวก็จะต้องโทษถึงตาย เพราะถือว่า ยูนฮี หลอกลวงพระราชา ดังนั้น ยูนฮี จึงต้องระมัดระวังในการปลอมตัวเป็นอย่างมาก แต่ทุกๆวัน ทุกๆครั้ง และทุกๆที่ที่ทำให้เธอต้องเจอเหตุการณ์เสี่ยงต่อการทำให้ความลับแตก ในระหว่างที่อาศัยอยู่ใน ซองกยูนกวาน คิมยูนฮี จะต้องอาศัยอยู่ห้องเดียวกับ อีซองจูน และทำกิจกรรมทุกสิ่งทุกอย่างด้วยกันตลอด

ในที่สุด ซอนจูน ก็ตกหลุมรัก ยูนฮี โดยที่เค้าไม่รู้ว่า ยูนฮี เป็นผู้หญิง! จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ ซอนจูน ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม กลุ้มใจเกี่ยวกับความรักแบบผิดเพศของตัวเองเป็นอย่างมาก


เพื่อนของพี่ชอบนิยายเรื่องนี้นะ และเค้าก็ดีใจมากๆด้วยที่รู้ว่า นิยายเรื่องนี้จะถูกนำมาทำเป็นละคร นอกจากตัวพระนาง คิมยูนฮี และ อีซองจูน ก็ยังมีตัวละครเด่นๆอีก 2 ตัว นั่นก็คือ มุนแจชิน และ คูยงฮา เพื่อนพี่ชอบคาแรคเตอร์ของ มุนแจชิน มากกว่าพระเอกอีกนะ



credit: SooHyun

Thai Trans: lingly@YSP

Source: pornporn14@tvxqfic

 

เอิ้กๆ... มิกจะได้เล่นคู่กะนางเอกคนไหนนะ... ขอเป็นจุนซูได้ป่ะอ่า ><~~~~~

ตอนนี้ลุ้นนางเอกอย่างเดียวเลยเนี่ยย ㅠㅠ~~